Blog
เข้าถึงทุกซอก ลึก แคบ : ทำความรู้จักกล้องงูสารพัดประโยชน์งานช่าง
ทำความรู้จัก กล้องงู หรือ กล้องส่องท่อ คู่มืองานช่างยุคใหม่
ในโลกของงานช่างหรืองานอุตสาหกรรม การตรวจสอบและซ่อมแซมในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น ภายในท่อ เครื่องยนต์ หรือที่ที่มีโครงสร้างที่เล็กหรือแคบมากๆ มักเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ ได้มีสิ่งที่เรียกว่ากล้องงู หรือ กล้องส่องท่อ (Borescope) ขึ้นมา ช่วยให้สามารถเข้าถึง และมองเห็นภายในพื้นที่แคบๆ ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องรื้อ หรือทำลายโครงสร้าง ทำให้ประหยัดไปได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
กล้องงู คืออะไร?
กล้องงูเป็นอุปกรณ์ตรวจสอบพื้นที่อย่างหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยเลนส์กล้องขนาดเล็ก และไฟ LED ที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนปลายของสายเคเบิ้ล โดยที่สายเคเบิ้ลนั้น จะพากล้องขนาดเล็กนี้เข้าไปในช่องที่เล็กและแคบได้อย่างง่ายดาย มีประเภทและการนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายอาชีพ เช่น
- ทางการแพทย์ : ตรวจสอบภายในร่างกาย เช่น ลำไส้ กระเพาะอาหาร หลอดลม
- งานซ่อมบำรุง : ตรวจสอบภายในเครื่องยนต์ ท่อประปา สายไฟ
- งานก่อสร้าง : ตรวจสอบโครงสร้างภายใน เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน
- การค้นหาและกู้ภัย : ค้นหาผู้ประสบภัยในซากปรักหักพัง หรือสิ่งของในพื้นที่เข้าถึงยาก
- งานนิติวิทยาศาสตร์ : ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ซึ่งในวงการแพทย์มักจะเรียกกล้องงูว่า Endoscope และในวงการอุตสาหกรรมจะเรียกว่า Borescope แต่โดยทั่วไปตามท้องตลาด มักมีการเรียกกล้องงูกันอย่างแพร่หลายว่า Endoscope ถึงแม้ว่าจะเป็นกล้องงูที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมก็ตาม อาจจะเพราะเป็นคำที่คุ้นหูและดูน่าเชื่อถือมากกว่า Borescope แต่ไม่ว่าจะเป็นคำไหน ก็มีหลักการใช้งานเพื่อให้สามารถสอดส่องเข้าไปในพื้นที่ที่ลึก แคบ และเข้าถึงได้ยากเหมือนๆกัน
ประโยชน์ของกล้องงูในงานช่าง
- ตรวจสอบภายในท่อ : ตรวจหารอยรั่ว สิ่งอุดตัน หรือความเสียหายภายในท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง ท่อแอร์
- ตรวจสอบเครื่องยนต์ : ส่องดูภายในเครื่องยนต์ กระบอกสูบ เพื่อหาความผิดปกติ เช่น รอยแตก คราบเขม่า
- ตรวจสอบโครงสร้าง : ตรวจสอบภายในผนัง ฝ้าเพดาน เพื่อหารอยร้าว การรั่วซึม หรือความเสียหายอื่นๆ
- งานซ่อมรถยนต์ : ตรวจสอบภายในเครื่องยนต์ ระบบไอเสีย ระบบส่งกำลัง
- งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า : ตรวจสอบภายในเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ


ส่วนประกอบหลักๆของกล้องงู มีดังนี้
1. ตัวกล้อง หรือ เลนส์ใกล้วัตถุ : ประกอบไปด้วยเลนส์ และเซ็นเซอร์รับภาพ ที่มีขนาดเล็กมากๆ
2. ท่อ หรือ สายเคเบิล : เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกล้องกับส่วนควบคุม ทำหน้าที่นำพากล้องเข้าไปในที่ที่ต้องการ
3. ไฟ หรือ แหล่งกำเนิดแสง : เป็นส่วนที่ให้แสงสว่าง เพื่อให้มองเห็นภาพในที่มืดได้ โดยทั่วไปจะใช้เป็นหลอด LED ซึ่งมีขนาดเล็กและประหยัดพลังงาน


4. ส่วนควบคุม : เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการทำงานของกล้อง เช่น การซูม ปรับความสว่าง บันทึกภาพ
5. จอแสดงผล : ใช้แสดงภาพที่ได้จากเลนส์กล้องงู โดยแต่ละรุ่นก็จะมีทั้งแบบหน้าจอในตัว หรือที่ต้องเชื่อมต่อกับหน้าจออื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ


สำหรับใครที่เพิ่งเคยได้ยิน "กล้องงู" ก็คงจะเห็นได้ว่ากล้องงูเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้งานช่าง งานซ่อมแซมต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานได้อีกด้วย
ช้อปกล้องงูได้แล้วที่นี่
กล้องงู 2 เลนส์ Full HD 3IN1 Micro USB-TypeC-Lightning 8 มิลลิเมตร
฿820.00 – ฿1,050.00Price range: ฿820.00 through ฿1,050.00
กล้องงู 2 เลนส์ HD มีจอ 4.3 นิ้ว (8มิลลิเมตร) รุ่น SN07
฿3,590.00 – ฿3,990.00Price range: ฿3,590.00 through ฿3,990.00











